วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
lecture 17/02/2554 *-*
วันนี้อาจารย์สั่งงานให้ส่งงานในคาบคือให้จัดทำเนื้อโปรเจ็คส์มาจำนวน 5 หน้าแล้วนำส่งท้ายคาบ
ตรวจสอบคะแนนของตนเองแล้วติดต่อแก้ไขกับอาจารย์ และสัปดาห์หน้าให้นักศึกษาเตรีมตัวมาให้เรียบร้อยอาจารย์จะสอบและติวข้อสอบปลายภาค
ตรวจสอบคะแนนของตนเองแล้วติดต่อแก้ไขกับอาจารย์ และสัปดาห์หน้าให้นักศึกษาเตรีมตัวมาให้เรียบร้อยอาจารย์จะสอบและติวข้อสอบปลายภาค
บรรณานุกรม-*-
วิลเลี่ยม, สตีเวนสัน. นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ. ทรงแปลโดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2539.
อัลยา นฤชานนท์. “ได้อะไรบ้างจากการสอบสัมภาษณ์.” สอบสัมภาษณ์. 45, 4 (เมษายน 2540) : 36-40.
สมเจตน์ วัฒนาธร, “การเตรียมตัวในการสอบสัมภาษณ์.” เดลินิวส์. ( 7 กรกฎาคม 2549): 14.
Pasguier, Roger F. “Interview Skill” [Online].(Feb. 8, 2006)
อัลยา นฤชานนท์. “ได้อะไรบ้างจากการสอบสัมภาษณ์.” สอบสัมภาษณ์. 45, 4 (เมษายน 2540) : 36-40.
สมเจตน์ วัฒนาธร, “การเตรียมตัวในการสอบสัมภาษณ์.” เดลินิวส์. ( 7 กรกฎาคม 2549): 14.
Pasguier, Roger F. “Interview Skill” [Online].
3.คำศัพท์ที่ควรทราบ-/-
คำศัพท์ที่ควรทราบ
3.1 graduate ได้รับปริญญา
3.2 security ความปลอดภัย
3.3 permanent มั่นคง
3 4 income รายได้
3.5 suited เหมาะสม
3.6 reputation ชื่อเสียง
3.7 well-established มั่นคง
3.8 determined ตั้งใจ/ตัดสิน
3.9 enthusiatic กระตือรือร้น
3.10 responsible รับผิดชอบ
3.11 aim จุดมุ่งหมาย
3.12 patience ความอดทน
3.13 operate ใช้/ปฏิบัติการ
3.13 framework ขอบข่ายงาน
3.14 purposes ความประสงค์
3.15 the rest ส่วนที่เหลือ
วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
การเขียนบรรณานุกรม
ลำดวน จาดใจดี.(2541).การสมัครงานและสอบสัมภาษณ์.พิมพ์ครั้งที่20.
กรุงเทพฯ:ห.จ.ก.ไทยเจริญการพิมพ์.
กรุงเทพฯ:ห.จ.ก.ไทยเจริญการพิมพ์.
lecture10/01/2011
Lecture : ]
ทำไมต้องอ้างอิง Citing
-เพื่อบอกที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้
-เพื่อป้องกันการกระทำอันอาจเป็นการโจรกรรมทางวิชาการ
-เพื่อแสดงถึงความน่าเชื่อถือ
-เพื่อแสดงมารยาทในการทำงานทางวิชาการ
Tyler A. Salvator
Salvator, Tyler A นามสกุลขึ้นก่อน ชื่อตามหลัง
การพิมพ์
พิมพ์ครั้งที่ 2/2 nd ed.
พิมพ์ครั้งที่6/6 th ed.
พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุงแก้ไข 3 rd rev. ed.
n.p ย่อมาจาก no place
สำนักพิมพ์ให้ใส่แค่ชื่อ เช่น สำนักพิมพ์ดอกหญ้า ใส่แค่ ดอกหญ้า
หากเป็นโรงพิมพ์ให้ใส่โรงพิมพ์เข้าไปด้วย เช่น โรงพิมพ์รุ่งเกียรติ
n.d ย่อมาจาก no date
ปีพิมพ์ให้ใส่เลขระบุปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. เช่น ประเวศ วสี .(2541)
กรณีที่ไม่ปรากฏปีพิมพ์ให้ใส่ [ม.ป.ป.] หรือ [n.d]
ข้อมูลเกี่ยวกับการพิมพ์วารสาร
ปีพิมพ์ ใส่ตามวิธีการใส่ปีพิมพ์หนังสือ
ปีที่ ฉบับที่ และเลขหน้าให้ใส่ตามลำดับดังนี้
ปีที่(ฉบับที่),เลขหน้า ดังตัวอย่าง
-2(3),5-21.
หนังสือทั่วไป
1) ผู้แต่ง 1 คน
ชื่อผู้แต่ง,(ปีพิมพ์).ชื่อหนังสือ.สถานที่พิมพ์.สำนักพิมพ์
ตัวอย่าง
ประเวศ วสี (2547) กระบวนการนโยบายสาธารณะ.พิมพ์
ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ.
2) ผู้แต่ง 2-5 คน
ชื่อผู้แต่งคนที่ 1, &ชื่อผู้แต่งคนที่ 2.(ปีพิมพ์).ชื่อหนังสือ.ครั้งที่พิมพ์.
สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์
หนังสือแปล
ชื่อผู้แต่งดั้งเดิม.(ปีพิมพ์).ชื่อหนังสือฉบับแปล.(ชื่อผู้แปล,ผู้แปล).ครั้ง
ที่พิมพ์.สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์
บทความในวารสาร
ชื่อผู้เขียนบทความ.(ปีพิมพ์).ชื่อบทความ.ชื่อวารสาร,ปีที่(ฉบับที่),เลขหน้า.
บทความในหนังสือพิมพ์
ชื่อผู้เขียนบทความ.(ปีพิมพ์,วัน เดือน).ชื่อบทความ.ชื่อหนังสือพิมพ์,
หน้า.
รูปแบบการเขียนอ้างอิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อเรื่อง. ค้นเมื่อ, จาก...
เฉลิม อยู่ประจำ. (2553). งานคือเงินเงินคืองานบรรดาลสุข.
ค้นเมื่อ 11 กันยายน 2553, จาก http://www.abudabi.net.
index.php/o12%sf
รูปแบบการเขียนอ้างอิงฐานข้อมูล
ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร ปีที่ (ฉบับที่) : เลขหน้า (ชื่อฐานข้อมูล
หมายเลขบทคัดย่อ)
หมายเลขบทคัดย่อ)
Thebergien A., et. al. (2001). An Analysis of science teaching in
secondary school. Science Education 85 (3) : 483-509 (ERIC
NoEj385497)
secondary school. Science Education 85 (3) : 483-509 (ERIC
NoEj385497)
วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Lecture
การจัดพิมพ์เนื้อหาโปรเจ็ค
-ใช้กระดาษขนาด A4 สีขาวในการพิมพ์
-ตั้งค่าหน้ากระดาษขอบบนและขอบซ้ายเท่ากับ 1.5 นิ้ว (3.81 ซ.ม.)
-ขอบล่างและขอบขวาเท่ากับ 1 นิ้ว (2.54 ซ.ม.)
-ใช้ฟ้อน Angsana new ขนาด 16 ในส่วนของเนื้อหา
-ใช้ฟ้อน Angsana new ขนาด 18 ในส่วนของหัวข้อรายงานที่บรรทัดแรก กึ่งกลางหน้ากระดาษ
-ใช้ตัวอักษรหนาในส่วนที่เป็นหัวข้อเท่านั้น
-กรณีที่ต้องขึ้นบบรรทัดใหม่เนื่องจากเนื้อหามีความยาว ให้เริ่มพิมพ์ชิดขอบซ้าย
-จัดรูปแบบเนื้อหาโดยรวมให้ชิดขอบซ้ายและขอบขวา
-เนื้อหารายงานที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษ ให้พิจารณาว่าคำนั้นมีการแปลและใช้ในภาษาไทยแล้วหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้ภาษาไทยแล้ววงเล็บภาษาอังกฤษกำกับในครั้งแรก (ครั้งต่อไปไม่ต้องใส่วงเล็บอีก) แต่ถ้าเป็นศัพท์เฉพาะที่ไม่มีในภาษาไทยให้ใช้ภาษาอังกฤษ
-คำใดที่ใช้และรู้จักกันดีในภาษาไทยแล้ว ไม่จำเป็นต้องวงเล็บภาษาอังกฤษกำกับ
-ระวังการใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (“ ”) เนื่องจากเครื่องหมายดังกล่าวจะใช้ ในการคัดลอกข้อความ ซึ่งต้องมีการอ้างอิงแทรกในเนื้อหาด้วย
วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
Lecture 27/01/11
1.Google Dose (Documents)
- Sign up free โดยใช้อีเมล์
-ตั้งค่ามุมมองแบบ Compactb view
-ตั้งค่าหน้ากระดาษเป็นแนวนอน
2.ใช้วิกิพิเดียและวงล้อมหัศจรรย์ในGoogleเป็นแนวทางในการกำหนดขอบเขตเนื้อหา
วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554
Lecture 20/01/2011
Lecture 20/01/2011
สารนิเทศอิเล็กทรอนิกส์ *แบบมีค่าใช้จ่าย*/ฐานข้อมูล
Fulltext ข้อเติม
Abstract เรื่องย่อ
Eitation บรรณานุกรม
Lexis กฎหมายที่นำมาพิพากษา
Nexis ใช้ข้อมูลทางบริษัท/เศรษฐกิจ
Proquest เป็นข้อมูลการวิจัยของนักศึกษา
Ieee เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
Wissonweb ครอบคลุมทุกสาขาวิชา
Scencedirect ฐานข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์
Che ฐานข้อมูลนิพนธ์
Springerlink ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์
Netlibrary เป็นดิกชันรีย์
Portal วิทยาการคอมพิวเตอร์
Abstract เรื่องย่อ
Preview เอกสาร
วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553
Lacture Note
Types of Information Sources
Magazine นิตยสาร เป็นประจำ มีกำหนด แน่นอน เช่น รายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน รายไตรมาส รายหกเดือน รายปี
Periodicals (Serials) สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง
Volume(V./Vol) ปีที่
Number (No.) ฉบับที่
ISSN (International Standurd Serials Number) เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
หนังสือพิมพ์
-ระดับท้องถิ่น
-ระดับชาติ: ไทยรัฐ
-ระดับนานาชาติ:Washingtao Post ,New York Time
วัสดุย่อส่วน(Microform)
-ไมโครฟิล์ม
-ไมโครฟิช
-ไมโครการ์ด
หอสมุดแห่งชาติใช้จัดเก็บหนังสือพิมพ์
สารานุกรม เป็นหนังสืออ้างอิงชนิดหนึ่ง (อ,Ref:Reference) ซึ่งให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความเป็นมาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยสังเขป แบ่งออกเป็น
-ทั่วไป ให้ความรู้ครอบคลุมในหลายๆเรื่อง เช่น Americana ,สารานุกรมไทย
-เฉพาะวิชา เช่น ด้านวัฒนธรรม,ด้านพืชสมุนไพร
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553
Lecture 16/12/10
Copyright ลิขสิทธิ์
Contents สารบัญ
Glossary อภิธานศัพท์
Index ดัชนี (มีส่วนคล้ายสารบัญ)
ดัชนี จะมีตัวเลขด้านหลัง จะละเอียดกว่าสารบัญ แต่สารบัญไม่ลงลึกเท่าตัวดัชนีอภิธานศัพท์กับดัชนี จะอยู่ท้ายเล่ม
ข้อมูลครบถ้วนต้องดูหน้าลิขสิทธิ์จะได้ข้อมูลทั้งหมด
ระบบดิวอี้ เป็นระบบที่ใช้งานกับห้องสมุดเล็กๆ
OPAC (Online Public Access Catalogs )
ใช้ค้นหาทรัพยากรในห้องสมุดเท่านั้น เช่น หนังสือ,วารสาร,นสพ.,หนังสืออ้างอิง,แผ่นซีดี,เทปโทรทัศน์
ISBN เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ
ISSN เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
Edition ครั้งที่พิมพ์
Series ชุด,เป็นชุดๆ
Imprint พิมพม์ลักษณ์ (เมืองที่พิมพ์,สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์,ปีพิมพ์)
วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553
LECTURE NOTES วันที่ 9/12/ 2553
LECTURE NOTES
OPAC คือระบบสืบค้นข้อมูล หรือเครื่องมือสืบค้นหมวดหนังสือแต่ละหมวดจะเรียงตั้งแต่น้อยไปหามาก เช่น 000-999 แต่ละหมวด อาจารย์ผกายมาศ เป็นผู้รับผิดชอบ
OPAC คือระบบสืบค้นข้อมูล หรือเครื่องมือสืบค้นหมวดหนังสือแต่ละหมวดจะเรียงตั้งแต่น้อยไปหามาก เช่น 000-999 แต่ละหมวด อาจารย์ผกายมาศ เป็นผู้รับผิดชอบ
ในห้องสมุด ของมหาวิทยาลัยมีวิทยานิพนธ์ทางด้านการเกษตรมากเพราะมหาลัยของเราเมื่อก่อนจะเน้นทางด้านการเกษตรโดยตรง ประเภทของ นวนิยาย จะไม่มีเลข หนังสืออ้างอิง เก่ามีราคาแพง ไม่ให้ยืมออก เช่น สารานุกรม ที่ให้ความรู้ทั่วไป
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
Lecture
ที่มาของการทำโปรเจ็ค
-อาจารย์ผู้สอน
-นักศึกษา
เงื่อนไขในการทำโปรเจ็ค
-เนื้อหาไม่น้อยกว่า 10 แผ่น (A4)
-มีข้อมูลจากหนังสือ วารสาร และเว็บไซต์
ข้อควรคำนึงในการเลือกหัวข้อ
-ไม่กว้างไม่แคบจนเกินไป เหมาะสมกับปริมาณเนื้อหาและระยะเวลาในการทำ
-มีแหล่งข้อมูลเพียงพอ
-จะต้องได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ที่ชมไป
-ต้องไม่ซ้ำกัน
*พยายามตั้งคำถามกับตัวเอง ..
เจาะประเด็นลงไป..
ทำให้ระยะเวลาลดลง หัวข้อแคบลง ถ้ากว้างก็หาเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข้อคิดที่ได้จากการชมภาพยนตร์
ข้อคิดที่ได้จากการชมภาพยนตร์
1.ท้อแต่อย่าถอย
2.ความรักเอาชนะทุกสิ่ง
3.ทุกปัญหามีทางแก้ไขถ้าเราคิดที่จะทำ
4.เพื่อนคือทุกอย่าง
5.ต้องรู้จักปล่อยวาง
6.อะไรที่มันอาจจะใช่มันอาจจะตรงข้าม
7.ความพอดีจะทำให้เรามีความสุข
8.โกหกเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
9.มีน้อยใช้น้อยมีมากก็ใช้น้อย
10.อย่ายึดติดกับวัตถุ
โดยนางสาวณัฐวดี โพธิ์คำ SME.1/1 เลขที่ 18
1.ท้อแต่อย่าถอย
2.ความรักเอาชนะทุกสิ่ง
3.ทุกปัญหามีทางแก้ไขถ้าเราคิดที่จะทำ
4.เพื่อนคือทุกอย่าง
5.ต้องรู้จักปล่อยวาง
6.อะไรที่มันอาจจะใช่มันอาจจะตรงข้าม
7.ความพอดีจะทำให้เรามีความสุข
8.โกหกเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
9.มีน้อยใช้น้อยมีมากก็ใช้น้อย
10.อย่ายึดติดกับวัตถุ
วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Google.com
Google.com
Google.com มีอายุครบครึ่งทศวรรษในปีนี้
ไม่น่าเชื่อว่า ธุรกิจขนาดจิ๋ว ซึ่งก่อเกิดจากมันสมองของนักศึกษาวิชาคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด 2 นาย จะสามารถถีบตัวเป็น Search Engine ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก เพียงชั่วระยะเวลาเพียง 5 ปี
เซอร์ไก บริน (Ser- gey Brin) ขณะอายุ 22 ปี และลาร์รี เพจ (Larry Page) ขณะอายุ 21 ปี ร่วมกันสถาปนา Google.com ในปี 2538 โดยในชั้นแรกใช้ชื่อ Back Rub ห้องพักในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของคนทั้งสองแปรสภาพเป็นสำนักงาน ห้องพักของเพจเป็นศูนย์สารสนเทศ ส่วนห้องพักของบรินเป็นสำนักงานธุรกิจ โดยที่ในเวลาต่อมาย้ายสำนักงานไปยัง Menlo Park มลรัฐแคลิฟอร์เนีย Google.com ถือกำเนิด ณ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอู่ซ่อมรถ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2541 ด้วยเงินลงทุน 1 ล้านดอลลาร์อเมริกันที่ระดมจากญาติสนิทและมิตรสหาย
เมื่อ Google.com ถือกำเนิดนั้น ธุรกิจ Dot Com กำลังรุ่งเรืองสุดขีด แต่แล้วภาวะฟองสบู่ของธุรกิจ Dot Com ก็เริ่มแตกในปี 2543 จนธุรกิจ Dot Com กลายเป็นธุรกิจ Dot Gone Google.com สามารถฟันฝ่ามรสุมธุรกิจดังกล่าวนี้ได้อย่างดียิ่ง ไม่เพียงแต่จะอยู่รอดได้เท่านั้น หากยังเติบใหญ่ได้อีกด้วย
เมื่อ Google.com เริ่มให้บริการ Search Engine นั้นในชั้นแรกมีผู้ใช้บริการเพียงวันละ 10,000 รายเศษ ในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากกว่าวันละ 200 ล้านราย
Search Engine ทำหน้าที่เสมือนหนึ่ง 'ห้องสมุด' ใน Cyberspace ผู้ที่ต้องการแสวงหาความรู้และค้นหาข้อมูล เพียงแต่เข้าสู่ Search Engine และพิมพ์คำไข (Key Words) หรือหัวข้อที่ต้องการค้น Search Engine จะช่วยนำพาไปสู่ Web- sites ต่างๆ ที่สามารถให้ความรู้และข้อมูลตามคำไขหรือหัวข้อที่ค้นนั้น
Google.com ให้ความสนใจในการพัฒนา Indexing Technology เพราะการจัดระบบดรรชนีเป็นหัวใจของ Search Engine ทั้งนี้ Search Engine จะต้องสามารถนำผู้ใช้บริการไปสู่ Website ที่ให้ข้อมูลและความรู้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการในเวลาอันรวดเร็ว
Google.com ทุ่มทรัพยากรในการวิเคราะห์เนื้อหา ของ webpage ต่างๆ เพื่อกำหนดคำไข และเพื่อประเมินความ นิยมของผู้ใช้บริการด้วยเหตุดังนี้ Google.com จึงสามารถจัดทำดรรชนีสำหรับ Web Journals เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการได้
ในด้านหนึ่ง Google.com กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา Indexing Technology ในอีกด้านหนึ่ง Google.com ให้ความสำคัญในด้านยุทธศาสตร์การตลาด ทั้งนี้เนื่องจาก Google.com อยู่รอดในทางธุรกิจได้ด้วยรายได้จากการโฆษณา โดยที่รายได้จากการโฆษณาเพิ่มพูนตามปริมาณผู้ใช้บริการ ในขณะที่ปริมาณผู้ใช้บริการจะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการให้บริการของ Google.com เองยุทธศาสตร์ทั้งสองจึงขึ้นต่อกันและกัน และมีผลต่อชะตากรรมของ Google.com
Google.com สนใจศึกษาว่า webpage แต่ละหน้าสมควรโฆษณาสินค้าหรือบริการอะไร การหาโฆษณาของ Google. com จึงมีเป้าหมายเด่นชัด เพราะมิได้เพียงให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการได้ประโยชน์เท่านั้น หากต้องการให้ผู้ใช้บริการได้ประโยชน์ด้วย อาทิ ในขณะที่ผู้ใช้บริการกำลังค้นข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จะมีโฆษณาบริการนำเที่ยวปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ด้วยวิธีการเช่นนี้ Google.com ช่วยให้การโฆษณามีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น บริษัทผู้ผลิตสินค้าและบริการพอใจที่จะโฆษณากับ Google.com
การเติบใหญ่ของ Google.com เป็นปรากฏการณ์ที่มีผู้จับตามองมากขึ้น เมื่อ Google.com ก้าวล่วงไปซื้อ Pyra Labs ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์เมื่อต้นปี 2546 วงการธุรกิจเริ่มตั้งคำถามว่า เหตุใดบริษัทผู้ประกอบธุรกิจ Search Engine จึงตัดสินใจซื้อบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์?
Pyra Labs เป็นเจ้าของบริษัท Blogger เมื่อ Google. com ซื้อ Pyra Labs Google.com ย่อมเป็นเจ้าของ Blogger ด้วย
Blogger นอกจากผลิตคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์แล้วยังเป็นเจ้าของ Website อันเป็นที่สิงสถิตของ Weblogs นับล้านใน CyberspaceWeblogs เน้น Website ส่วนบุคคล ณ ที่ซึ่งผู้อ่านสามารถ เข้าไปสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูล แสดงทัศนวิจารณ์ หรือมี 'บทสนทนา' กับผู้อ่านอื่นๆ โดยปกติจะมี Web Links ด้วย
กระบวนการเติบโตของ Weblogs หรือ Weblogging นอกจากจะมีผลต่อการขยายขนาดของ Cyberspace แล้ว ยังมี ผลต่อวัฒนธรรมการสื่อสารของมนุษย์อย่างสำคัญอีกด้วย Cyberspace กลายเป็นแหล่งความรู้และข้อมูลที่สำคัญยิ่งกว่าห้องสมุดใดๆ การแลกเปลี่ยนความรู้และทัศนวิจารณ์ใน Cyber-space เป็นไปอย่างเสรี ข้อเขียนที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์ถูกถ่ายทอดสู่ Cyberspace ได้โดยง่าย ผ่านการเชื่อมโยงระหว่าง Weblogs ต่างๆ
แต่ Weblogs แตกต่างจากหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ข้อเขียนที่ปรากฏบน Weblogs ไม่มีการตรวจสอบว่าเป็นข้อเขียนที่ถูกต้องตรงต่อข้อเท็จจริง ไม่มีกระบวนการบรรณา ธิกรเพื่อให้ภาษาสละสลวย หากจะมีการใช้ภาษาหยาบคาย หรือแม้แต่หยาบโลน ก็เป็นเรื่องคาดการณ์ได้
การปรากฏตัวของ Weblogs ก่อให้เกิด Weblog-sphere หรือ Blogosphere อันเป็นส่วนต่อเติมของ Cyber-space กระบวนการ Weblogging ช่วยขยายต่อเติม Blog-sphere
Google.com ต้องการหาประโยชน์จาก Blogsphere อันกว้างใหญ่ไพศาลอย่างปราศจากข้อกังขา มิฉะนั้นคงไม่ตัดสินใจซื้อ Pyra Labs การซื้อ Pyra Labs ไม่เพียงแต่จะทำให้ Google.com ได้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีที่พัฒนาโดย Pyra Labs และ Blogger เท่านั้น หากยังได้ประโยชน์จาก ข้อมูลเกี่ยวกับ Weblogs ที่ Blogger ครอบครองอีกด้วยข้อมูลเหล่านี้ช่วยขยายต่อเติมฐานข้อมูลที่ Google.com มีอยู่เดิม มิพักต้องกล่าวถึง Interlinks ที่มากับ Weblogs ด้วย
นักสังเกตการณ์จำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า Google.com อาจอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้าง เพื่อเปลี่ยนโฉมเป็นธุรกิจสื่อสารมวลชน (Media Business) Google.com รุกคืบไปทำสัญญาพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ American Online เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2546 ทำให้ข้อคาดการณ์ข้างต้นนี้มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง Microsoft จับตามองการเติบโตของ Google.com ด้วยและ เริ่มวางแผนที่จะประกอบธุรกิจ Search Engine แข่งกับ Google.com
ครึ่งทศวรรษของ Google.com เป็นครึ่งทศวรรษแห่งการเติบโตที่มีคุณภาพ อย่างน้อยที่สุด แม้แต่ยักษ์ใหญ่ดุจดัง Microsoft ยังต้องเกรงขาม
ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ Google.comกำเนิด 7 กันยายน 2541
ผู้ก่อตั้ง Larry Page
Sergey Brin
ความหมาย Google มาจากคำว่า Google
ซึ่งในทางคณิตศาสตร์ หมายถึงเลข 1 ตามด้วยศูนย์อีก 100 ตัว
จำนวนพนักงาน มากกว่า 1,000 คน
จำนวนผู้ใช้บริการ 200 ล้านรายต่อวัน
จำนวนข้อมูล 3,100 ล้าน Web Pages
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







